14 พฤษภาคม, 2555

จิตอิสระ บทที่ 4: ซึมซับ ตอนที่ 22 โดย อิสระ


จิตอิสระ บทที่ 4: ซึมซับ ตอนที่ 22 โดย อิสระ



ติ๊ดดด....

เสียงแหลมสูงแว่วมาจากข้างขวา

ติ๊ดดด...
เหมือนดังนาฬิกาปลุก กิตติค่อยๆลืมตาที่หนักอึ้งออกมาช้าๆ แสงไฟสีขาวสว่างจ้าอยู่ตรงใบหน้าพอดี น้ำตาถูกหลั่งออกมาเพื่อลดอาการแสงแยงตาของกิตติ ทำให้มองอะไรไม่ชัดไปกว่าเก่าอีก
“มะ... หมอคะ” เสียงหวานๆดังมาจากอีกข้างหนึ่ง กิตติกลอกตาไปทางซ้าย เห็นภาพหญิงสาวชุดพยาบาลสีขาวยืนถือรายงานพร้อมปากกาอย่างเลือนลาง เธอกำลังหันไปด้านหลังเหมือนจะคุยกับใครอีกคน
“ผู้ป่วยรู้สึกตัวแล้วค่ะหมอ” กิตติได้ยินเธอพูด ในขณะที่เปลือกตาของเขาเลื่อนลงมากลบดวงตาให้มืดมัวอีกครั้งนึง กิตติหันหัวไปอีกข้างกลับเห็นสายต่างๆระโยงไปมาจากตัวเขาสู้เครื่องมากมายที่แสดงหน้าจอสีเขียวสีส้ม มีหน้าปัดบอกตัวเลขที่เขาไม่สามารถทำความเข้าใจได้เลย แต่ดูเหมือนมันจะทำให้เขาสามารถปิดตาลงได้โดยไม่มีข้อกังขาใดๆทั้งสิ้น
-วิหค ช่วยผมด้วย วิหค-
-อ๊อกกกก อ๊าก -
-มัจฉาเรียกวิหค ต้องการกำลังไปที่ประตู4ด่วน-
-จากสมิง วิหค คุณและลูกทีมอยู่ที่ไหน -
-........-
-นี่มันตัวอะไรวะ-
-ยิงมันสิ เหวอออ-
-อ๊ากก -
-กาเหว่ากับนิลถูกมันจับไปแล้ว-
-พี่กิตติ ช่วยผมด้วย-
...


“เหี้ยย!!!
                กิตติสะดุ้งตัวลุกพรวดดวงตาเบิกโพลง ยังไม่ทันจะมองอะไรได้ชัด แต่รู้สึกได้ถึงอันตรายที่อยู่เบื้องหน้าเอื้อมมือซ้ายไปคว้าก็จับยึดบางอย่างได้ ถึงงัดมือขวาอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะจู่โจมเป้าหมาย
“กรี๊ดด”
“เหวอะ!!!” กิตติชะงักมือขวาก่อนที่จะถึงใบหน้างามนั้นเพียงไม่กี่เซน หญิงสาวพยาบาลคนนั้นหลับตาปี๋ตัวสั่นระริก พอเธอไม่ได้โดนทำร้ายอย่างที่คิดไว้ก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมองกิตติที่จ้องเธอตาปริบๆ

                กิตติจ้องดวงตาสีดำกลมโตที่หวาดกลัวนั้นอย่างตกตะลึง ดวงตาคู่นั้นเหมือนกำลังทำให้ใจที่ร้อนรุ่มของเขาดับลงอย่างไร้หนทางดิ้นรน หยาดน้ำตาที่เกาะขอบดวงตานั้นไหลลงจากดวงตาช้าๆไปตามใบหน้าที่ขาวผ่องผ่านพวงแก้มที่ได้รับการตกแต่งด้วยสีแดงอ่อนๆและริมฝีปากเล็กๆสีชมพูอ่อนที่เม้มหนักเพราะอาการเกร็งจัด ทุกสิ่งที่กิตติเห็นทำให้เขาฟื้นจากฝันแล้วกลับถูกจองจำในภวังค์แห่งเสน่หา
“คุณ...” กิตติร้องอย่างตกใจหลังจากจ้องตากันได้สักพัก และจู่ๆใบหน้าของกิตติก็หันไปด้านขวาอย่างรวดเร็วพร้อมกับความรู้สึกชาๆที่แก้มและเสียงดังวิ้งที่ใบหูขวา

“ไอ้คนบ้า” สาวพยาบาลผู้นั้นร้องทั้งน้ำตาและขยับตัวถอยห่าง มือทั้งสองกุมทรวงอกตนผ่านเสื้อที่มีรอยยับอย่างหวงแหน กิตติหันกลับมามองจึงเข้าใจได้ทันทีว่าสิ่งที่มือซ้ายเขาขย้ำไปอย่างรุนแรงนั้นคืออะไร
“คุณ ผมขะ” กิตตินึกจะขอโทษแต่พยาบาลคนนั้นก็สะบัดหน้าวิ่งหนีไปเรียบร้อยแล้ว ทิ้งให้เขานั่งอยู่บนเตียงมองประตูห้องปิดดังโครม
กิตตินั่งจ้องประตูราวกับกำลังปรับความคิดได้ไม่นาน ประตูก็เปิดออกมาพร้อมร่างชายสูงยาวสวมแว่นตาในชุดกาวน์สีขาวเดินเข้ามาพร้อมกับบันทึกรายงานในมือ
“คุณกิตติ รู้สึกตัวแล้วใช่มั้ยครับ” หมอพูดขณะจ้องหน้าเขาและหันไปดูเครื่องต่างๆที่อยู่ด้านขวากิตติ
“อืม... ทุกอย่างปกติ ไหนผมขอเช็คอาการขาขวาหน่อยครับ” หมอพูดแล้วเลิกผ้าห่มขึ้น กิตติหันลงไปมองขาขวาตนก็ต้องตกใจเพราะมีเฝือกปูนพลาสเตอร์สีขาวห่อหุ้มตั้งแต่เหนือหัวเข่าลงไปยันฝ่าเท้า ราวกับใส่รองเท้าบู๊ทไว้
“นี่ผมเป็นอะไรไป” กิตติถามขณะกำลังนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ภาพของลูกทีมและแสงไฟจากไกปืนก็แวบเข้ามาในหัว
“คุณหลับไปสามวันหลังจากที่เราพาคุณไปผ่าตัดเอาเศษเหล็กและหินออกจากกระดูกขาขวา ผมไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ทั้งทีมของคุณเท่าที่ทราบมาคุณเหลือรอดอยู่คนเดียวเท่านั้น
“ฮะ อะไรนะหมอ” กิตติร้องเสียงหลง
“เอ่อ... หมอขอตัว เดี๋ยวให้พยาบาลมาเช็กความดันและเปลี่ยนยาฉีดเข้าเส้นเลือดนะครับ” หมอหันหน้าหนีราวกับรู้สึกผิดที่บอกความจริงไป พยาบาลสองคนก็เข้ามาแทนที่สลับกับหมอที่ออกไป มาตรวจวัดความดันและเปลี่ยนเอายาน้ำมาแทนถุงน้ำเกลือ
“ผู้กองสมิง...” กิตติ พูดกับตนเองขณะที่พยาบาลกำลังแกะเครื่องมือวัดความดันให้เขา
“คะ?..” พยาบาลถามเขาเพราะไม่เข้าใจที่เขาพูด
“ผู้กองดำอยู่ไหน”  กิตติถามเสียงดังทำเอาพยาบาลข้างหน้าเขาตกใจ จนทำเอาเครื่องมือแพทย์หล่นจากมือ
กิตติสะบัดแขนแล้วกัดฟันแกะสายน้ำเกลือออกจากข้อมือ ผลักพยาบาลอีกคนที่จะเข้ามาห้าม ก่อนเดินกะเผลกไปยังประตูห้อง
“ผมอยู่นี่” เสียงดังจากประตูห้องพร้อมๆกับที่มันเปิดออกมา ชายหนุ่มหน้าคมในชุดเครื่องแบบตำรวจเดินเข้ามาพร้อมกับซัดหน้าของกิตติจนหงายไปด้านหลัง ทำเอาพยาบาลสาวน้อยคนเดิมที่เดินตามมาด้านหลังตกใจ
“ว๊าย ผู้กองดำ ทำเกินไปแล้วนะคะ” พยาบาลที่อยู่ในห้องร้องว่าใส่ ขณะนั่งลงไปดูอาการของกิตติที่หมดสติอย่างรุนแรง
“นี่แหละที่จะทำให้คุณกิตสงบลงได้” ผู้กองดำพูดขณะลูบหมัดตนเองป้อยเพราะเจ็บที่ต้องไปซัดหน้าแข็งกระด้างของกิตติ
“ให้หมอเอาเตียงคนบ้าแล้วจับมัดมันเหอะ เดี๋ยวมันก็ตื่นมาอาละวาดอีก” ผู้กองดำพูดขณะมองร่างไร้สตินั้นด้วยสายตาที่อ่อนลง
“หัวหน้าที่เสียลูกทีมไปต่างอะไรกับสูญเสียอวัยวะสำคัญหรอก” แล้วเขาก็เดินออกไปทิ้งให้กิตตินอนอยู่ตรงนั้นโดยมีพยาบาลพยายามหามร่างเขา
                กิตติกำลังจมอยู่ในห้วงความฝันที่สยดสยอง เขาเห็นร่างของกางเขนที่ตามหาถูกแยกชิ้นส่วนกระจายไปตามพื้น กาเหว่าลูกทีมคนสนิทห้อยอยู่ตรงบันได ลำคอมีรอยถูกเจาะ มัจฉาหัวหน้าชุด2พยายามคลานไปคว้าปืนกลเบาทั้งๆที่เหลือแต่ท่อนบน และเจ้าหนวดยักษ์สีดำ ที่เจาะเข้าขาขวาจนทะลุ มันกำลังชอนไชเข้ามาในร่างกายราวกับมือที่ล้วงเข้าไปในถุง สร้างความเจ็บปวดแทบสิ้นลมหายใจ ก่อนที่เขาจะขาดสติไป

จบตอนที่ 22 อ่านต่อ 23นะครับ
(สยดสยองได้ใจเลย ฮ่าๆ ตอนนี้กำลังติดนิยายของคุณAkisaอย่างแรง อยากอ่านเรื่องก้อยตอนใหม่ไวไว ติดตามผลงานของผมได้ที่ fallenversa.blogspot.com นะครับ)
                                                                                                                                                                      Itsara P. FallenVerSa

13 พฤษภาคม, 2555

จิตอิสระ บทที่ 4: ซึมซับ ตอนที่ 21 โดย อิสระ


จิตอิสระ บทที่ 4: ซึมซับ ตอนที่ 21 โดย อิสระ


(หายไปนานเลยครับผม ฮ่าๆ ขออภัย พอดีชีวิตมันยุ่งเหยิงสับรางทำงานทำธุระหมดอารมณ์พล๊อตเรื่อง 
แล้วก็Username: flame619 กับ fallenversa คือผมเนี่ยแหละครับคนเดียวกัน เพราะเวปบอร์ดเก่าปิดรับสมาชิกใหม่เลยไม่ได้ใช้fallenversa อ่ะพูดซะยืดยาว ขอเกริ่นเลยนะครับ)

-************************ไม่มีบทวาบหวิวนะครับตอนนี้******************-

"วิหค ถึงจุดหมายแล้ว เปลี่ยน" ชายในชุดจู่โจมของตำรวจกรอกเสียงอัดเข้ากับวิทยุสื่อสารที่ติดอยู่คอเสื้อขณะยืนชิดกำแพงอิฐแผ่นใหญ่สีแดงที่มี่ตะไคร่มอสสีเขียวสดจับย้อมจนไม่เห็นสีแดงหม่นหมองของเนื้อดินเผาที่สูงตระหง่านซึ่งต้องแหงนมองจนคอตั้งเพื่อที่จะได้เห็นแผ่นหลังคาของตัวอาคารที่ตัดกับหมู่เมฆสีเทาที่ปกปิกดวงจันทร์จนไม่ไม่มีช่องใดที่จะให้แสงจันทร์เล็ดลอดลงมา
“จากเค้าแมว รับทราบแล้ว รอคำสั่ง เปลี่ยน” เสียงของผู้ชายตอบกลับมาด้วยเสียงที่เบาพอๆกัน ตำรวจที่ใช้รหัสว่า ‘วิหค’จึงชูกำมือขวาขึ้นระดับศีรษะ ตำรวจ 6 คนที่เหลือซึ่งอยู่ด้านหลังก็นั่งลงชันเข่าเอาตัวพิงกำแพงราวกับจะใช้มันกำบังสายตาผู้อื่น
“พี่ยุทธ ขอยืนยันอีกครั้งได้มั้ยว่าใช้กระสุนปลอมหรือของจริง” เสียงดังมาจากคนที่สามนับจากคนหน้าสุด ชายที่ใช้รหัส ‘วิหค’ หันกลับมามองด้วยสายตาอย่างรำคาญผ่านหน้ากากแก๊สสีดำ
“คราวหน้าอย่าเรียกชื่อจริงกู ใช้โค๊ดเนมไอ้หงส์หยก” ยุทธพูดพลางทำท่าเงื้อมือที่ละจากปืนกลเบาจะตบ ‘หงส์หยก’ ทำท่าหลบด้วยความตกใจ
“เออ กระสุนจริง คำสั่งมาว่างั้น มึงไม่เคยกูก็ไม่บ่อยเท่าไหร่” วิหคหันกลับไปนั่งชันเข่าท่าเดิมแล้วจับปืนกลเบา mp7ขนาดเล็กกะทัดรัดให้มั่น ครู่เดียวก็มีตำรวจในชุดจู่โจมย่องมาจากอีกฝั่งของกำแพงอีก7คน และนั่งลงยกขาชันเข่าท่าเดียวกัน ก่อนที่คนหน้าสุดจะยกวิทยุสื่อสารขึ้นมาเหมือนกัน
“มัจฉา ถึงจุดนัดพบแล้ว เปลี่ยน” ทั้งสองฝ่ายนั่งรอพิงกำแพงหันหน้าชนกันโดยตรงกลางคือประตูไม้โอ๊คเก่าๆหนาจัดคั่นอยู่

-รถบรรทุกคันเล็กคันหนึ่งที่ มีโลโก้ขนมปังยี่ห้อดังที่การันตีความสดใหม่ทุกเช้า จอดริมฟุตบาทรวมกับรถคันอื่น-
“จากเค้าแมว รอสัญญาณจากสมิง” รหัสเค้าแมวพูดสั้นๆแล้วปิดสัญญาณวิทยุ ถอดหูฟังที่ครอบหัวออก หันมามองหน้าชายในชุดจู่โจมแต่ไม่ได้ใส่หน้ากากกันแก๊สปกปิดใบหน้าอันหล่อเหลาของเขา ชายผู้ที่ใช้รหัส สมิง ยืนเท้ากอดอกมือกุมคางมองภาพอินฟราเรดจากกล้องที่ติดไหล่ของแต่ละทีมและภาพวงจรปิดจากหน้าจอมอนิเตอร์หลายๆภาพ พลางครุ่นคิดจนคิ้วเข้มๆนั้นขมวดหนักสร้างรอยย่นระหว่างคิ้ว ก่อนจะคว้าไมค์ที่อยู่บนโต๊ะ
ทันใดนั้น ก่อนที่จะมีคำพูดใดๆหลุดออกจากปากสมิง หน้าจอของหัวหน้าชุดทั้งสองก็เห็นเป็นภาพของประตูไม้โอ๊คกระเด็นออกมาจากวงกบเดิมอย่างรุนแรงพร้อมกับร่างของใครคนหนึ่งตามออกมาด้วย เสียงของตำรวจจู่โจมแต่ละร้องอุทานกันอื้ออึงจนฟังไม่รู้เรื่อง
“บุกเข้าไปเลย!!!” สมิงตะโกนกรอกไมค์ทันทีที่ตั้งสติได้ ทันทีทันใด ชุดจู่โจมทั้งสองนำโดยมัจฉาและวิหค ก็กรูเข้าไปในที่พักนั้นอย่างรวดเร็ว ด้านในที่พักมีเพียงแต่ความมืดมิดและแสงเลเซอร์ที่ติดปลายปืนสาดส่องทะลุฝุ่นควันไปทั่ว วิหคกราดสายตาสำรวจอย่างรวดเร็ว เห็นเพียงม่านฝุ่นควันที่ปกคลุมห้องโถงรับแขกขนาดใหญ่ และมีบันไดทอดลงมาจากทั้งสองข้างด้านหน้าขึ้นไปยังระเบียงชั้นสอง ในขณะที่จะมองขึ้นสูงไปด้านบน ทันทีนั้นแสงไฟจากโคมห้อยระย้าก็สว่างจ้าขึ้นทันที
“อ๊ากกก...” เสียงร้องดังแทรกสัญญาณวิทยุในขณะที่ดวงตาของวิหคพร่ามัวเพราะกล้องอินฟราเรดจับแสงได้ไวจนมองเห็นแต่สีขาวสว่างจ้า วิหครีบเอามือกดปิดกล้องอินฟราเรดทันที แล้วหันไปมองด้านหลัง ก็พบว่าลูกทีมของตนคนหลังสุดหายไปแล้ว
“กางเขน อยู่ที่ไหนตอบด้วย” วิหคตะโกนกรอกวิทยุด้วยเสียงอันดัง แต่ไม่มีเสียงของวิหคลูกทีมตนตอบกลับทั้งๆที่ห้องโถงนั้นไม่มีวี่แววของสิ่งใดๆที่จะมาเอาชายที่ใช้รหัสกางเขนไปได้
“เกิดอะไรขึ้น รายงานสถานการณ์ด่วน” เสียงของสมิงร้องถามอย่างร้อนรน 
“กางเขนหายตัวไปไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน ไม่มีสัญญาณตอบกลับครับ”
“ค้นหาให้ทั่ว ระวังตัวด้วย”
“รับทราบ” วิหคตอบรับแล้วหันไปมองลูกทีมและชุดจู่โจมมัจฉา และพยักหน้าให้เดินไปต่อทั้งๆทีลางสังหรณ์ของตนมันบ่องบอกถึงความอันตรายถึงชีวิต ทั้งๆที่ขาของตนนั้นแข็งจนแทบจะก้าวไม่ไหว ทั้งๆที่เม็ดเหงื่อแห่งความกลัวผุดพรายไปทั่วใบหน้า ทั้งๆที่แผ่นหลังของเขาเย็นเฉียบราวกับถูกน้ำแข็งฉาบไว้ ทั้งๆที่ใจของเขาแทบไม่เหลือความหวังให้ต่อลมหายใจต่อไป เพราะเบื้องบนบันไดนั้น ปรากฏคราบเลือดแห้งลากเป็นทางยาวไปยังทางเดินด้านในและมีรอยหยดเลือดกระเซ็นไปทั่ว

จบตอนที่ 21 ตามต่อตอนที่ 22นะครับ
(ขออภัยที่หายไปนาน-มาก- เกือบเดือนเลย คิดถึงทุกท่านครับผม สถานการณ์โพสตอนนี้คงยังไม่แน่นอนนะครับ ขอบคุณที่ติดตาม)

                                                                                    -Itsara P. FallenVerSa-

จิตอิสระ บทที่ 3: ครอบงำ ตอนพิเศษ 20.5: จันทร์อมราหู โดย อิสระ

จิตอิสระ ตอนพิเศษ 20.5 : จันทร์อมราหู โดย อิสระ

And I’m so sick of love songs                         (ฉันเกลียดเพลงรัก
so tired of tears                                             เบื่อที่ต้องร่ำไห้คร่ำครวญ
so done with wishing you were still here        ว่าอยากให้เธอยังอยู่กับฉัน
said I’m so sick of love songs so sad and slow  เพื่อบอกว่าฉันเกลียดเพลงรักเพราะเศร้าและ  
                                                                             ทำตัวเฉื่อยชา
so  why can’t I turn off the radio?               แล้วทำไมฉันถึงปิดวิทยุไม่ได้สักที)


เสียงเพลงเศร้าชวนฉุดอารมณ์ให้อยู่ในบรรยากาศเปล่าเปลี่ยวของนักร้องต่างชาติลอยผ่านกระทบสมองอันมีแต่ความคิดเลื่อนลอยของผมขณะที่กำลังนั่งรอเพื่อนในบาร์แห่งหนึ่งใจกลางเมืองกรุง ไอ้เพชร ลูกชายสส.คนดังย่านนี้ ซึ่งทำตัวสุรุ่ยสุร่าย และเป็นเพลย์บอย ผมรู้อยู่แล้วว่ายังไง เจ้าเพชรก็ต้องหิ้วสาวใจแตกมาถวายอยู่แล้ว เพราะมันต้องการที่จะแทะโลมผมเพื่อล้วงข้อมูลเกี่ยวกับคุณหนูอลิส มันก็รู้ว่าผมหวงแหนคุณหนูขนาดไหน แต่ก็ยังไม่เลิกตื้อ เลยปล่อยๆมันไป ผมนั่งรอได้พักเดียวเจ้าเพชรก็มาหา คุยได้ไม่นานมันก็พาสาวมาให้รู้จักสองคน เหอะ  ผมไม่สนหรอกว่าจะเป็นใครมาจากไหน ก็แค่สาวใจแตก2คนที่หาได้เกลื่อนกลาดยังกะคว้าทรายบนชายหาด ขอแค่ระบายอารมณ์หน่อยแล้วกันนะ
...
เมาก็เมานะ...
แต่มันเลิกคิดไม่ได้...
คุณหนูอลิส...
คุณไม่เคยให้ผมข้ามกำแพงนั่นเลย...
...
เป็นไปตามที่คิดไว้ ผมกับเพชรพาสองสาวออกมาจากบาร์เพื่อไปเชือดตามปกติ ทันใดนั้นก็เห็นแสงแว๊บๆมาจากทิศทางไหนไม่รู้ คนแถวนั้นตื่นตกใจกันหมด ผมก็มีบ้างนะ แต่เมาอ่ะ ไปหาความสุขก่อนดีกว่า
อืม...
สนุกดีนะ กับสาววัยรุ่นเนี่ย แม้ว่าพวกเธอจะทำตัวเกินวัยไปหน่อย แต่ทุกส่วนก็ยังไม่บุบสลายมากนัก หมั่นไส้นัก ทารุณซะเลย
...
พอเสร็จกิจผมก็ทิ้งตัวลงนอนอย่างหมดแรง...
...เวลาที่สุขสบายคงหมดแค่นี้ล่ะ...
รุ่งเช้าผมคงต้องทนทรมานหัวใจต่อไป...

(Leave me alone)                                       (ปล่อยฉันให้เดียวดาย
Leave me alone                                             ทิ้งให้ฉันอยู่คนเดียว..
(Stupid love songs)                                          เพลงรักน่ารำคาญนั่น
Dont make me think about her smile                ทำให้ฉันนึกถึงรอยยิ้มของเธอ
Or having my first child                                    และครอบครัวในฝันที่วางไว้
Let it go                                                         ช่างมันเถอะ
Turning off the radio                                        ปิดวิทยุซะที)


      ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเกิดขึ้นกับผม จู่ๆก็มีสัมผัสนุ่มปากเข้ามาจู่โจมในขณะที่ภาพทั้งหมดมีแต่สายตาสีฟ้าคู่นั้น ที่ยังคงมองผมเหมือนกับจะสาดเข้าไปในใจผมได้ มันทำให้ห้วงหายใจหายไปเลย เหมือนกับทุกอย่างในร่างกายดิ่งลงสู่เบื้องล่างทั้งๆที่ยังอยู่ครบ

คุณเป็นใครมาจากไหน?

จู่ๆคุณก็มาเจอกับผมบนถนนทันทีที่ลืมตามาพบ

ทำไม...

ผมรู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อเธอมาอยู่บนตัวผม เส้นผมสีแดงตกลงข้างแก้มทั้งสองของผม ดวงตาเธอยังจ้องอยู่อย่างนั้น มันทำให้ผมรู้สึกว่าเธอกำลังเปิดประตูเข้ามาในตัว มันเหมือนกับว่ามีสะพานที่มองไม่เห็นทอดเข้ามาหา

ข้าต้องการมัน’

...อะไรนะ?..

ผมไม่ได้คิดไปเองใช่มั้ย? เสียงเธอกระทบไปมาอยู่ในสมองเหมือนกับลูกเต๋ากระเด้งไปตามพื้นโค้งเว้าของด้านในแก้ว แล้วก็จมลงหายไป แล้วมือของเธอก็ขยำเข้าที่กลางหว่างขาของผม เหมือนกับที่เธอทำมาแล้วไม่กี่นาทีนี้ นี่ผมเพิ่งใช้งานมันไปนะ

...

แต่มันก็สู้นะ...

   ทุกสัมผัสที่เธอสร้าง แม้จะนิดเดียวมันปลุกกระพือใจผมให้ปลิวไปตามแรงปรารถนาของเธอ ร่างกายมันรู้สึกร้อนจนเห็นได้ชัดเลย ลิ้นของเธอช่างนุ่มและหวานเหลือเกิน พันเข้ามาในช่องปากของผมแล้วเกี่ยวกระหวัดลิ้นให้ไปตามแรงของเธอจนผมไม่สามารถบังคับได้เลย มืออีกข้างของเธอกำลังเลื่อนมาตรงเสื้อเชิ้ตของผม แล้วเธอก็ดึงดระดุมออกอย่างง่ายดาย แรงเยอะอะไรแบบนี้นะ?

  เธอผละออกจากปากผมทันทีที่เธอแก้เสื้อเชิ้ตได้แล้ว ผมไม่อยากให้เธอถอนลิ้นออกมาเลย กำลังเพลิดเพลินเลยเชียว แต่เธอยังคงใช้ลิ้นละเลียดมาที่ซอกคอผม แล้วลงมาที่แผงหน้าอก ผมก้มคอลงไปมอง เห็นร่างเปลือยของเธอชัดเจน นี่เธอถอดเสื้อคลุมโคร่งๆนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่?  แผ่นหลังขาวสะอาดไม่มีแม้จุดซักจุดนั่น แล้วหน้าอกอวบๆที่กำลังไถลงไปตรงหน้าท้องผม เห็นแล้วมันทำให้ใบหน้าร้อนผ่าวทันที อยากจะจับเธอขย้ำซะเหลือเกิน

แต่แปลก...

ที่ไม่มีแรงแม้แต่จะผงกหัวให้มากกว่าเดิม…

เหมือนผมจะยอมศิโรราบต่อหน้านางพญาอยู่ตรงนั้น…

บนพรมในบ้านตัวเอง…

       แล้วเธอก็ฉีกซิบกางเกงสแล็คผมออกเหมือนเด็กแกะซองขนม รีบควักเอาเสือน้อยของผมที่แข็งจนแทบจะระเบิดออกมา แล้วทันใดนั้นก็กลืนเข้าไปอย่างเร็ว

โอ้วววว!!!

       อยากจะร้องให้ดังๆเสียเหลือเกินแต่ปากมันไม่ยอมขยับ ได้แค่แอ่นเอวนิดนึง ก็เต็มกลืนแล้ว ความรู้สึกอะไรแบบนี้ ไม่เคยเจอมาก่อนเลยในชีวิต ลิ้นของเธอฉกหัวเห็ดของผมรัวขนาดนั้นได้อย่างไรทั้งๆที่เธอกลืนของผมไปจนหมดมิด แล้วไหนจะโพรงปากที่ขยับเองได้เหมือนนวดเอ็นผมนั่น ทั้งอุ่น นุ่ม เสียว ผู้หญิงคนนี้ทำให้ผมอยากกระทำจริงๆซะแล้ว

เธอใช้แค่ปากสวยๆนั้น รูดเข้าออกเสือน้อยของผม เส้นประสาทตรงนั้นมันบอกผมว่า นี่แหละคือโปรเฟสชันแนลในการออรัลอย่างแท้จริง ไม่กี่นาทีก็แทบจะทำให้ผมเสร็จให้ได้ 

อย่าเชียวนะเสือน้อย

อย่าทำให้พ่อขายหน้านะ

อูยย..

จะแตกแล้วนะแม่เสือ กินให้หมดนะ
มาแล้วๆ



อ่ะ...อ่าว??  ทำไมไม่เสร็จวะ

     ผมลืมตาขึ้นมามอง เห็นเธอยิ้มกระหยิ่มยังกะเสือกำลังหยอกเล่นกับเหยื่ออย่างผม ขณะที่เธอกำลังลุกขึ้นคุกเข่า นี่เธอกำลังจะจับของผมสอดใส่เข้าไปแล้วนะ หรือว่าอยากถนอมน้ำของผมให้เจ้าสาวน้อยนั้นได้กิน ร่างกายของเธอช่างสมบูรณ์แบบเหลือเกิน มันเป็นร่างกายที่ออกแบบมาให้ผู้ชายทั้งโลกหลงใหลในตัวเธอมั้ง??? แล้วเธอก็ทิ้งตัวลงมา

“โอ๊ะ !!!” 

    นี่ผมหลุดเสียงหรอเนี่ย??? ให้ทำไงได้ล่ะ ไอ้นั่นมันทำให้ต้องเผลอร้องออกมาน่ะสิ นี่ว่าปากเธอร้ายแล้วนะ แต่ทำไมช่องคลอดของเธอช่างสุดยอดยังนี้นะ สุดยอดจริงๆ อุ่น นุ่ม ลื่น แถมไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่าว่ามันกำลังบีบนวดผมอย่างแรง สีหน้าของเธอตอนนี้กำลังบิดเบี้ยวเล็กๆ คิ้วโก่งสวยกำลังขมวดน้อยๆ มันบ่งบอกว่าเธอกำลังมีความสุข
แล้วเสียงครางของเธอก็ออกมา...

“อ๊ะ!!!”

“อ๊ออออกกกกก” 

    แค่เสียงทำไมมันถึงปลุกทุกสิ่งทุกอย่างในร่างให้มันระเบิดออกมาได้วะ? ผมเกร็งไปทั้งตัวเลย แล้วปล่อยให้เจ้าเสือน้อยสาดน้ำเข้าไปในถ้ำสวรรค์นั่น  โอยยย ไม่เคยเสียวและเสร็จง่ายๆขนาดนี้มาก่อนเลย 

    ร่างของเธอก็กระตุกตามผมเลยทันที และเธอก็ทิ้งตัวลงมาซบผม เอานมคู่นั้นลงมาเบียดตัวผม  ช่างแน่นอะไรขนาดนี้ แต่ว่า...

นี่กุล่มปากอ่าวหรอเนี่ย???

   ทันที่ผมเสร็จ ดูเหมือนอะไรซักอย่างที่ยึดตัวผมมันคลายออกทันที เหมือนกำลังวังชาแทรกเข้ามาในร่างจนเต็มเปี่ยม ผมได้โอกาสนั้นก็พลิกตัวเธอลงล่างอย่างไว แล้วถอนเสือน้อยของผมออกมา มันค่อยๆออกจากกลีบเนื้อนั้นซึ่งยวบออกตามท่อนลำตัวเสือน้อย เหมือนกับมันกำลังกินของผมแล้วผมไปแย่งมันออกจากปากซะอย่างนั้นอ่ะ พอออกได้ ร่องของเธอก็โหว่เป็นรูกลวงเพราะโดนเสื้อของผมมุดลงไป 

แล้วมันก็หุบลงซะอย่างนั้น...

   อะไรเนี่ย ไม่เคยเห็นกลีบพลูที่สวยงามและน่าทึ่งขนาดนี้มาก่อน ยังกับเป็นกล้ามเนื้อที่เธอควบคุมได้เลย ผมจับเจ้าเสื้อน้อยที่ยังตื่นเต้นกับถ้ำใหม่จ่อเข้าแล้วเสียบเข้าไปอีกครั้ง มันยังสร้างความรู้สึกที่ดีให้ผมอยู่ไม่เปลี่ยน มีแต่ยิ่งมากขึ้นกว่าเดิม รู้สึกได้เลยว่าส่วนหัวของผมกำลังเบียดผิวช่องคลอดนั่น และดูเหมือนมันตอบสนองซะด้วย เงยหน้าขึ้นมามองเธอก็เห็นสายตาสีฟ้าหวานฉ่ำนั้นจ้องมายังผม ขณะที่เธอแลบลิ้นมาเลียริมฝีปากยังกับว่าเพิ่งกินอาหารรสเด็ดไป

แบบนี้ไม่ไหว ต้องจัดเต็ม

   ผมคิดในใจแล้วก็สาวเจ้าเสือน้อยอย่างรวดเร็ว เท่านั้นล่ะ เธอก็ครางดิ้นใหญ่เลย ทั้งเสียงและการขมิบรัดนั่นทำให้ผมแทบจะทะลักออกมารอบสองในไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ แต่คงเพราะผมรู้จักควบคุมมันได้ เลยอดไว้ได้ต่อ อยากเห็นเหมือนกัน ว่าหากสาวคนนี้จะเสร็จสุดยอดมันเป็นยังไง ผมกระเด้าอย่างรวดเร็วและเข้าไปให้ลึกสุดๆจนชนมดลูกด้านใน แล้วถอนออกมาจนปลายหัวหยักมันแทบจะหลุดออกจากถ้ำ ก่อนอัดเข้าไปอีกครั้งให้สุด นั่นแหละ ตามที่คิดไว้ เธอครางกระเส่าแล้วโน้มคอผมลงมาเพื่อจูบ ผมก็ตอบสนองสิ ร่างกายที่แสนสมบูรณ์แบบ แบบนี้ไม่อยากให้หลุดไปไหนเลย อยากจะครองความสุขสุดยอดนี้ไว้นานตลอดกาลเหลือเกิน 

อา...

    ผมซอยได้อีกไม่นานก็ทนไม่ไหวแล้ว อัดครั้งสุดท้ายแล้วฉีดน้ำรักเข้าไป ร่างเธอก็สะดุ้งเฮือกอีกครั้ง ผมคว้าตัวเธอไปกอดอย่างแรงเพราะร่างผมมันเกร็งไปทั้งตัว ปากก็งับเข้าไปที่ก้านคองามระหงส์นั่นขณะที่มือของเธอโอบกอดผมไว้แล้วก็จิกเนื้อเข้าไป ซึ่งไม่ได้ทำให้ผมเจ็บเลย มันเสียวจี๊ดอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะหลับตาลงไปรู้สึกถึงการตอดขมิบไม่หยุดหย่อนจากด้านใน

นี่คือความสุขที่สุดยอดอย่างนั้นหรือ...

มันช่างสุขสมอะไรขนาดนี้...

ไม่อยากจะผละไปไหนจะร่างเธอเลย

จีเซลล่า...

ผมหลงคุณซะแล้ว...



เสียงเพลงเดิมมันกำลังแล่นเข้ามาในหัว

หรือว่าสิ่งนี้จะทำให้ผมลืมความเศร้าหมองได้ลง...

So I can turn off this sad song or not?            (ฤา ว่าผมจะจบเรื่องเศร้านี้ลงได้
Take me out from this story…                           พาผมออกไปทีนะ)
...



จบตอนพิเศษ 20.5: จันทร์อมราหู อ่านต่อตอนที่ 21 นะครับ ♥

จบบทที่ 3: ครอบงำ บทต่อไป บทที่ 4: ซึมซับ


(จบบทแล้ว เย้ๆ เขียนยืดยาวไปหลายตอนฮ่าๆ ตอนแรกกะจบบทที่3ตอนที่15นะเนี่ย อิอิ เป็นอย่างไรบ้างครับ วันหยุดยาวนี้ไปเที่ยวไหนกันเอ่ย? ขอให้มีความสุขในวันหยุดยาวนี้นะครับทุกท่าน ส่วนผมคงต้องทำงานต่อไป อิอิติชมได้นะครับ ขอบคุณ)